"#เจ้ากรรมนายเวร"
... เจ้ากรรมนายเวรมีจริงหรือไม่ เจ้ากรรมนายเวรก็หมายถึงบุคคลกระทำกรรมนั้นๆ ไว้แล้ว มอบให้เจ้ากรรมนายเวรนั้นเป็นผู้รักษาและประสิทธิ์ประสาทให้แก่ผู้กระทำหรือผู้เป็นกรรมเป็นเวรต่อกันอีกทีหนึ่ง จึงจะเรียกว่า เจ้ากรรมนายเวร
กรรมเวรมันเกิดที่ใจของบุคคล บุคคลมีเจตนาไปยึดเอามาปรุงแต่งขึ้นที่ กาย วาจา และใจนี้ กรรมเวรจึงค่อยมี คนอื่นนอกจากตัวของเราแล้วจะไปรู้ได้อย่างไร เราควบคุมใจของตนไว้แต่เบื้องต้น จนไปทำชั่ว แล้วยังจะส่งกรรมเวรนั้นไปให้คนอื่นรักษาให้ ใครจะยอมรับเล่า กรรมดีค่อยยังชั่วหน่อย ยังพอจะรับได้บ้าง แต่กรรมชั่วนี่สิ ใครๆ ก็เกลียดจะยอมรับไม่ได้
กรรมเวรเกิดขึ้นจากจิต เป็นนามธรรม เมื่อจิตไปสวมเอารูปกาย ซึ่งเป็นวิบากกรรมเป็นตัวตน กรรมจะต้องตามมาใช้กรรมนั้นอีก จิตผู้สร้างกรรมนั้นย่อมจะรับผลกรรมนั้นยิ่งทวีคูณ เมื่อกายแตกดับแล้ว จิตจะต้องเป็นผู้รับผมกรรมนั้นแต่ผู้เดียว และยังจะต้องได้รับต่อไปอีกหลายภพหลายชาติอีกด้วย
กรรม และเวร มีลักษณะต่างกันและให้ผลก็ต่างกัน
กรรม ทางพุทธศาสนาท่านแสดงไว้ ๒ อย่าง กรรมดีหรือบุญ ก็เรียกเป็นกุศลกรรม กรรมชั่วหรือบาปก็เรียกเป็นอกุศลกรรม
ส่วน เวร นั้น เกิดจากเจตนาอันชั่วร้ายเลวทราม ทำกรรมแล้วจนเป็นเหตุให้ผูกเวรซึ่งกันและกัน
กรรมนั้น มีผลสนองในชาตินี้ คือ ทำใจให้เศร้าหมองเดือดร้อน คิดแต่จะทำร้ายให้เขาได้รับโทษทุกข์ฝ่ายเดียว เมื่อกายแตกทำลายไปตามสภาพของมันแล้ว ยังเหลือแต่จิต กรรมนั้นย่อมติดพันต่อไป เพราะจิตเป็นผู้สร้างกรรมไว้ เมื่อจิตๆ ไปเกิดในภพนั้นๆ หรือคตินั้นๆ กรรมย่อมตามไปสนองอย่างนี้อีก ตลอดเวลายาวนาน จนกว่าจิตนั้นจะบริสุทธิ์พ้นจากกิเลส จึงสิ้นสุดลงได้
ส่วน เวร ก็คือ การกระทำกรรมนั่นแหละ แต่กระทำลงไปด้วยเจตนาอันแรงกล้าเฉพาะบุคคล จนผูกอาฆาตมาดร้ายจองล้างจองผลาญซึ่งกันและกัน กรรมที่ทำด้วยเจตนาอันแรงกล้ามาก จนกลายเป็นเวร แต่แก้ได้ง่ายกว่ากรรม
เมื่อบุคคลทั้งสองต่างก็เห็นโทษซึ่งตนกระทำลงไปแล้วในชาติที่เป็นมนุษย์อยู่นี่แหละ เมื่อเผชิญหน้ากันเข้าแล้วก็เปิดเผยโทษที่ตนกระทำนั้นให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบ แล้วขออโหสิกรมกันเสีย เวรนั้นย่อมระงับได้ด้วยประการฉะนี้
แรงของเวรนี้มันร้ายกาจเหลือหลาย หากว่าคู่เวรทั้งสองมาเห็นโทษของมันแล้วหันหน้าเข้าหากัน ต่างก็ให้อโหสิกรรมแก่กันและกัน เวรนั้นย่อมสิ้นสุดลงเพียงแค่นั้น
สรุป พึงเข้าใจว่า กรรม เวร มิใช่ของมันเกิดเอง เกิดจากจิตของบุคคลผู้คิดพยาบาทอาฆาต จองล้างของผลาญซึ่งกันและกัน กรรมเวรมิใช่เป็นวัตถุ มันเป็นนามธรรมจะรู้สึกได้ด้วยใจของตนเอง
กรรมเวรใครทำลงไปแล้ว ผู้กระทำกรรมนั้นแหละย่อมได้รับผลด้วยตนเอง คนอื่นจะมารับแทนไม่ได้หรือคนอื่นจะถ่ายทอดให้ก็ไม่ได้เหมือนกัน.
ธรรมโอวาท
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย