?>
ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลป์แห่งภาคอีสาน
The Buddhist Art Conservation Club Of Esan (North Eastern Part Of Thailand)
03 เมษายน 2568, 14:59:07 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  

กติกาในการ เช่า-แลกเปลี่ยนพระเครื่อง | พระเครื่องเมืองอุบลราชธานี | แจ้งปัญหาการใช้งาน
แจ้งเรื่องการยืนยันตัวตนสำหรับผู้ที่จะให้เช่าพระเครื่องฯ | วิธีสมัครสมาชิกเว็บ

หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
 51 
 เมื่อ: 08 กุมภาพันธ์ 2568, 03:58:58 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
" .. การภาวนา คือการสำรวมใจ "
นี่แหละเป็นการละบาปบำเพ็ญบุญ นี่เป็นวิธีตัดลัดใกล้ที่สุดในการที่จะละชั่วทำดี"
เห็นชัดภายในใจของตนเลย
ใจที่เรายังไม่ได้อบรมภาวนา คือไม่ได้นั่งสมาธิ จิตจะต้องยุ่งส่งส่ายวุ่นวายไปหาอารมณ์ที่ชั่วที่ดี โดยมากมักเป็นไปในทางที่ไม่ดี


โอวาทธรรม หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 52 
 เมื่อ: 07 กุมภาพันธ์ 2568, 06:48:26 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
พระนิพพานไม่ใช่อยู่ที่อื่น อยู่ในตัวของเรา
ความสงบก็อยู่ในตัวของเรานี่เอง
สงบอยู่ที่ไหน พระนิพพานอยู่ที่นั่น

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะ เทสรังสีรำลึก

 53 
 เมื่อ: 06 กุมภาพันธ์ 2568, 07:41:47 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
"ของปลอม ถึงแม้จะสวยงามและปกปิดไว้อย่างดี
ผู้ที่ไม่สามารถปล่อยวางได้ จะนำไปสู่ความยุ่งยากและแบกภาระไว้
ของจริง ถึงแม้จะเป็นความทุกข์และไม่งาม
ผู้ที่สามารถเผชิญหน้ากับมัน และรู้จักมัน จะไปสู่ความสงบและปลอดภัย

ไม่มีอะไรในโลกหน้าที่เป็นของท่าน หรือของฉัน
ของปลอมไม่ใช่่ของใคร และของจริงก็เป็นอิสระ ไม่ใช่ของใครเหมือนกัน"

...หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 54 
 เมื่อ: 05 กุมภาพันธ์ 2568, 05:42:35 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ความรู้เรื่องจิตใจเรียกว่า วิชชา
-----------------------------
พระพุทธศาสนาสอนให้น้อมเข้ามาพิจารณาในตัวของเรานี้ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ก็อยู่ในตัวของเราสอนออกไปนอกนั่น นั่นไม่ใช่พุทธศาสนา มันเป็นโลก เห็นอย่างไรเรียกว่า เห็นธรรม เห็นภายนอกด้วยตาว่าเราเป็นก้อนทุกข์ทั้งเห็นภายในคือ เห็นชัดด้วยใจด้วย เห็นเป็นธรรมทั้งหมด เราต้องพิจารณาให้ถึงสภาวะตามเป็นจริงของสังขาร ให้เห็นชัดอย่างนั้นว่า มันเป็นเพียงสักแต่ว่าธาตุ เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไป มันไม่ใช่ตัวตนของเรา เรามัวเมามันก็หลงนะซิ
หลงสมมติว่าเป็นตัวเป็นตน จิตธรรมชาติเป็นของผ่องใส อาคันตุกะกิเลสมันพาให้เศร้าหมอง
ที่มาหัดทำสมาธิภาวนานี้ก็เพื่อขัดเกลาให้กิเลสหมดสิ้นไปเพื่อให้มันใสสะอาดคืนตามสภาพเดิม ให้เห็นจิตเห็นใจของตน จิตเป็นอย่างไร ใจเป็นอย่างไร ความรู้เรื่องของจิตของใจนี่แหละ เรียกว่า วิชชา เกิดขึ้นแล้ว เป็นปัญญาเกิดขึ้นแล้ว

หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี

 55 
 เมื่อ: 04 กุมภาพันธ์ 2568, 05:42:00 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
เรามีอิสระสามารถทำความดี ได้เต็มที่
สามารถทำให้ จิตอยู่เหนือโลกได้
โดยไม่กีดขวางและกระทบกระเทือน
ใครๆทั้งหมด

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๒๕

 56 
 เมื่อ: 03 กุมภาพันธ์ 2568, 08:21:53 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ใจของเรา
เป็นหลงผิดติดสมมติ จึงเป็นข้าศึกแก่ตนเอง
จึงต้องใช้ความพยายามระวังสังวรในทวารทั้ง6 อย่างยิ่ง
โดยพิจารณา ให้เห็นเป็น “ ไตรลักษณะ ”
คือความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นของสูญเปล่า หาสาระไม่ได้
เมื่อเราตั้งสติพิจารณาอยู่อย่างนี้ ไม่ประมาท
สัญญาที่พิจารณาโดยอนุโลมปฏิโลมนั้น
จะกลับเป็น ปัญญา เห็นชัดแจ้งตามความเป็นจริง ขึ้นมาได้
ทำให้ความหลงสมมติเดิมนั้นหมดสิ้นไป
ผู้ชนะแล้วจึงไม่ควรประมาทด้วยประการทั้งปวง
ให้เห็นอารมณ์ที่เข้ามาในทวารทั้งหก
ว่าจะเป็นภัยคุกคามความสงบสุขของใจอยู่เสมอ

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี)
(ธาตุ-ขันธ์-อายตนะ สัมพันธ์ รหัส 4 หน้า 125)

 57 
 เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์ 2568, 06:21:57 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
"ถ้าเรามาพิจารณา ถึงเรื่องความตาย
เห็นอายุมันสั้นไป ไม่ยืดยาวอีกแล้ว
คราวนี้ จะได้รีบเตรียมเนื้อ เตรียมตัว
จะได้รีบขวนขวาย หาสิ่งที่เป็นสาระ
สร้างคุณงามความดี ให้เกิดมีขึ้นในตน
ทันกับกาลเวลา ซึ่งเรายังมีชีวิตอยู่

เพราะฉะนั้น มรณสติ ระลึกถึงความตาย
จึงเป็นของมีคุณค่ามาก แต่คนทั้งหลาย
ถ้าพูดถึงเรื่องความตายแล้ว ไม่ชอบ
กลับกลัว
แต่ความดี อยู่ที่ความตาย
ถ้าคนเรา พิจารณาถึงความตายแล้ว
ทำดีได้ง่าย"

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี

 58 
 เมื่อ: 01 กุมภาพันธ์ 2568, 06:03:54 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
#ศาสนาสอนที่ตัวเรา
ฆราวาสพวกเราบางคน ตั้งแต่วันเกิดจนวันตาย ศีล ๕ สักตัวเดียวก็ไม่เคยรักษา
พอเห็นความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของพระภิกษุสามเณร ก็อย่าเพิ่งถือว่าเลวทั้งหมด
การเหมาเอาว่า พระภิกษุเหมือนกันทั้งหมดก็ยังไม่ถูก
พุทธศาสนาไม่ได้หมายเอาที่พระ หมายเอาการปฏิบัติต่างหาก
พระนั้นอยู่ที่บุคคล แต่ศาสนาไม่ได้อยู่ที่บุคคล
ศาสนาเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
ถ้าบุคคลปฏิบัติผิด ก็เป็นเรื่องบุคคลผิดไม่ใช่ศาสนาผิด
ศาสนาก็ยังสอนตรงไปตรงมาอยู่ตามเดิม สอนให้ละชั่วทำดีอยู่ตามเดิม
แต่คนไม่ปฏิบัติตาม
เมื่อเราปฏิบัติตามคำสอนไม่ได้จะหาว่าศาสนาไม่ดีไม่ได้ นี่ให้พิจารณาอย่างนี้
ถ้าไม่เช่นนั้นแล้ว ใครจะทำผิดทำเลวทรามอย่างไรเป็นเรื่องศาสนาเสื่อมหมด
ยกให้ศาสนาไม่ดีทั้งนั้น
บางทีแม้แต่คนเข้าวัดเข้าวามาฟังเทศน์ฟังธรรม รักษาศีล อบรมภาวนาทำกัมมัฏฐาน แสดงกิริยาโกรธกริ้วขึ้นสักทีหนึ่ง โอโฮ! กล่าวโทษศาสนานี้ไม่ดีเลย
เข้าวัดเข้าวาจนแก่จนเฒ่าแล้วยังละโลภโมโทสันไม่ได้
พูดอย่างนี้มันก็ผิดไป อย่าพูดอย่างนั้น นั่นเรื่องของบุคคล
ศาสนาสอนให้ละ แต่บุคคลไม่ละ ไม่ทราบจะทำอย่างไร
ถ้าเข้าใจได้อย่างนี้ก็สบาย เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วจะทำอย่างไร
ขอตอบว่า เมื่อเขาไม่ทำ เราทำ
พากันคิดมานะขึ้นสักคน หรือทุกคน คิดมานะขึ้นมา
ลองดูซิ เขาไม่ทำเราทำ กระทำเป็นตัวอย่างเขา
ทีนี้มันไม่เป็นเช่นนั้นน่ะซี ส่วนมากพอเห็นเขาไม่ทำ เราก็เลยไม่ทำ เลยพลอยไม่ดีไปตามเขา
เมื่อเราไม่ดีก็คอยกล่าวโทษคนอื่น ต่างคนต่างกล่าวโทษซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องเดือดร้อนวุ่นวาย แล้วมันจะดีอย่างไร
จึงว่าอย่าไปโทษศาสนา
ศาสนาสอนดี สอนให้ทุกคนพัฒนาตนเองทั้งกายและใจ ไม่ได้สอนพัฒนาแต่กาย
ชาวโลกเดี๋ยวนี้เขาสอนพัฒนากันแต่ส่วนร่างกาย พัฒนาจนถึงขนาดนี้แล้ว แทนที่โลกจะได้รับความสุขเยือกเย็น แต่โลกกลับเดือดร้อนยิ่งกว่าเก่า
นี่ก็แสดงว่าพัฒนายังไม่ถูกต้อง
ถ้าหากพัฒนาตามทางพุทธ ศาสนา คือพัฒนาไปพร้อมกันทั้งกายและใจแล้ว ชาวโลกจะได้รับความเยือกเย็นสักขนาดไหน อันนี้ ยังไม่มีใครทำ
อย่างไรก็ตามเท่าที่อธิบายมานี้ก็พอให้เห็นคุณประโยชน์ของการพัฒนาพร้อม ๆ กันไปแล้วว่า คงจะมีความสุขแน่
ศาสนาสอนให้ได้รับความสงบไม่ใช่สอนให้เดือดร้อนวุ่นวาย เมื่อเราสงบแล้ว คนอื่นยังไม่สงบก็ปล่อยไปเสียก่อน
ถ้าทุกคนต่างพากันทำความสงบแล้ว จะได้รับความสุขเยือกเย็นขนาดไหน ลองหลับตาคิดดูก็แล้วกัน

โอวาทธรรมคำสอน
หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย

 59 
 เมื่อ: 31 มกราคม 2568, 05:41:55 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
สิ่งทั้งหลายเป็นอยู่อย่างนั้น
สภาพของมันเป็นอยู่อย่างนั้น
ใครจะทำอย่างไร
มันก็เป็นตามเรื่องของมันอยู่อย่างนั้น
อันนี้เห็นตามเป็นจริงเลย

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๘๘

 60 
 เมื่อ: 30 มกราคม 2568, 05:11:42 
เริ่มโดย middle spirit - กระทู้ล่าสุด โดย middle spirit
ความจริงนั้นพระพุทธศาสนาเป็นประทีป
สำหรับส่องสว่างดวงใจของเราที่มืดมิดปกปิด
ด้วยกิเลสให้ใสสว่างแจ่มจ้า
แต่ด้วยเหตุที่เราฟังธรรม
เหมือนกับหม้อคว่ำเลยไม่สว่างแจ่มจ้าขึ้นมา

หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี
จากหนังสือธรรมะเล่มที่๕๔


หน้า: 1 ... 4 5 [6] 7 8 ... 10
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.19 | SMF © 2006-2009, Simple Machines Valid XHTML 1.0! Valid CSS!